วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563

ประกันควบลงทุน Unit Link

ประกันชีวิตควบการลงทุน unit link









สรุป ยูนิตลิงค์ (Unit-Linked) คืออะไร? แล้วต่างกับประกันชีวิตแบบเดิมๆ ยังไงนะ?




สมัยนี้เวลาตัวแทนหรือพนักงานแบงก์มาเสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เรา เชื่อว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจะต้องพูดถึงประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) !!
ยูนิตลิงค์คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นทั้งประกันชีวิตและให้โอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนอีกด้วยซึ่งทำให้หลายคนหันมาสนใจกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทนี้มากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจในรายละเอียดและการทำงานของกรมธรรม์ยูนิตลิงค์อย่างแท้จริง
เพื่อให้รู้ว่ามันแตกต่างจากประกันชีวิตแบบเดิมๆ ยังไงและเหมาะกับเราจริงๆ รึเปล่า วันนี้พวกเราได้ไปเสาะหาข้อมูลมาเสิร์ฟแล้ว
แต่ก่อนอื่น…เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปสำหรับกรมธรร์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมถูกแบ่งออกยังไงบ้าง

สรุป ยูนิตลิงค์ (Unit-Linked) คืออะไร? แล้วต่างกับประกันชีวิตแบบเดิมๆ ยังไงนะ?


หลังจากที่บริษัทประกันชีวิตรับเบี้ยประกันไปแล้ว เบี้ยของเราจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ละ

1. ส่วนของความคุ้มครอง เป็นส่วนที่กำหนดทุนประกัน(เงินที่ได้เวลาเสียชีวิต) ของกรมธรรม์โดยส่วนนี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละเพศและอายุ รวมถึงจำนวนทุนประกันที่กรมธรรม์กำหนดไว้น่ะ
2. ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท หลักๆ ก็คือพวกค่านายหน้าตัวแทน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทประกัน อะไรแบบนี้
3.เงินออมหรือเงินลงทุนบริษัทประกันจะนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมา ซึ่งจะเป็นทั้งรายได้ของบริษัท และเป็นผลประโยชน์ที่การันตีกับลูกค้าเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น “มูลค่าเงินสด” ที่สะสมไว้ในกรมธรรม์ และ “เงินคืน” หรือ “เงินปันผล” (สำหรับบางแบบ) ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
สรุป ยูนิตลิงค์ (Unit-Linked) คืออะไร? แล้วต่างกับประกันชีวิตแบบเดิมๆ ยังไงนะ?
ซึ่งรูปแบบของประกันชีวิตแต่ละแบบก็มีที่มาจากการจัดสรรเบี้ยไปตามส่วนของความคุ้มครอง (1) และส่วนเงินออม (3)
ตัวอย่างนะเช่นประกันชีวิตแบบตลอดชีพเบี้ยก็จะถูกแบ่งไปที่ส่วนของความคุ้มครองมากกว่าส่วนของเงินออม เราก็จะได้ความคุ้มครอง (ทุนประกันหรือเงินที่ได้เวลาเสียชีวิต) มากกว่าเงินคืนหรือผลตอบแทนของกรมธรรม์
หรือประกันแบบชั่วระยะเวลา ที่เบี้ยทั้งหมดถูกแบ่งไปจ่ายแต่ส่วนของความคุ้มครอง (1) และต้นทุนของบริษัท (2) ไม่มีส่วนของเงินออม (3) เลย จึงเป็นแบบที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด

นิตลิงค์ (Unit-Linked) คือประกันที่มาพร้อมหน่วยลงทุน

สำหรับประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์ เบี้ยประกันก็จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเช่นเดียวกัน
…และเราสามารถเลือกเองได้เลยว่าเบี้ยที่เราจ่ายจะเน้นไปที่ความคุ้มครอง (1) หรือ เงินลงทุน (3) โดยเราสามารถกำหนดความคุ้มครองของกรมธรรม์ได้เอง หากเราต้องการทุนประกันที่สูง เราก็เลือกจำนวนเท่าของเบี้ยประกันที่สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่า เบี้ยก็จะถูกจ่ายไปที่ส่วนของความคุ้มครองมากกว่า ส่วนของเงินลงทุนก็จะน้อยลง
และเช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม ส่วนของเงินลงทุน บริษัทประกันก็ให้อิสระให้เราเลือกเองได้เลยว่าจะลงทุนในกองทุนอะไร ด้วยสัดส่วนเท่าไร เพื่อให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ นี่จึงเป็นที่มาของโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมากขึ้นกว่าประกันแบบดั้งเดิม โดยมูลค่าบัญชีหรือมูลค่าเงินสด (มูลค่าหน่วยลงทุนนี่ละ) ก็จะถูกขายคืนมาเป็นรายเดือน (ส่วนใหญ่) หรือรายปีเพื่อจ่ายค่าการประกันภัย (ส่วนของความคุ้มครอง) และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกรมธรรม์
จะเห็นว่า การที่เราสามารถกำหนดสัดส่วนความคุ้มครองและเงินลงทุน รวมทั้งสัดส่วนของกองทุนรวมที่จะนำไปลงทุนได้เองนั้น ก็หมายความว่าเราจะต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงเองในการสร้างมูลค่าบัญชี หรือผลตอบแทนของกรมธรรม์ด้วยตัวเอง บริษัทประกันไม่ได้การันตีผลตอบแทนไว้ให้เหมือนประกันชีวิตแบบดั้งเดิม แต่ในทางกลับกันเราก็ได้อิสระจากความยืดหยุ่นของยูนิตลิงค์ในการเลือกจำนวนเบี้ยที่อยากจ่ายและทุนประกันที่อยากได้ ปรับเพิ่มหรือลดทุนประกันระหว่างทางที่เรายังถือกรมธรรม์อยู่ เลือกพักชำระเบี้ยหรือถอนเงินบางส่วนจากกรมธรรม์เท่าไร ปีไหนบ้าง ก็สามารถทำได้หมดตราบใดที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับ (เมื่อมูลค่าบัญชียังเพียงพอที่จะชำระค่าการประกันภัยและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกรมธรรม์)
Credit : https://www.finnomena.com/insuremonster/unit-linked/




ประกันชีวิต




ประกันชีวิตไม่มีคำว่ามากพอ
เมื่อวันนั้นมาถึง



ประกันชีวตตอบโจทย์ 4 ห่วงของมนุษย์ได้
คุณห่วงเรื่องไหนเราช่วยได้
ทักหาเราซิค่ะ






          ทำไมต้องทำประกัน นั้นซิ นั้นซิ คลิ๊กแล้วจะรู้น้าา




           ประกันชีวิต จะทำให้เรามีความมั่นคงและสงบสุขทางใจ
        โอนย้ายความเสี่ยง วางแผนการเงินได้ตั้งแต่วันนี้


ประโยชน์ของการประกันชีวิต



ประโยชน์ของการทำประกันชีวิต


ด้านการให้ความคุ้มครอง
การประกันชีวิตจะให้ประโยชน์ในด้านความคุ้มครอง กรณีที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรม ผู้รับประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาให้แก่ทายาทหรือผู้รับประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย เพื่อให้ครอบครัวของผู้เอาประกันภัยมีเงินเลี้ยงชีพต่อไปโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น นอกจากนี้การประกันชีวิตยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในยามเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพอีกด้วย
ด้านการออมทรัพย์
ลักษณะการออมของการทำประกันภัยนั้นจะเป็นในลักษณะแบบกึ่งบังคับ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องแบ่งรายได้ของตนส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการประหยัดเพื่อการออมทรัพย์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อไว้ใช้ยามชรา หรือออมไว้เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน
ด้านการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของผู้เอาประกันภัย
การประกันชีวิตสามารถช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้ ในกรณีการทำประกันคุ้มครองการเจ็บป่วย หรือการประกันอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันภัยจะได้เงินทดแทนเพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพในกรณีทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงได้
ด้านการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ที่ทำประกันชีวิตก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับแบบทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับแบบบำนาญ
ด้านการลงทุน
จำนวนเบี้ยประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันภัยชำระให้กับผู้รับประกันภัยจะถูกสะสมไว้เป็นเงินสำรองประกันชีวิต เงินสำรองนี้ผู้รับประกันภัยจะนำไปลงทุนในกิจการที่มั่นคงเพื่อให้เกิดดอกผล และส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ
ด้านอื่นๆ
การทำประกันชีวิตเปรียบเสมือนการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดระยะเวลาหนึ่ง ก็จะมีมูลค่าเงินสด หากผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นทางการเงินก็สามารถขอคืนเงินจำนวนหนึ่งตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดนำไปใช้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้

ประกันสัตว์เลี้ยง

ประกันสัตว์เลี้ยง Pet insurance



หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุสำหรับคนอย่างเราๆอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่คะว่า นอกเหนือจากประกันภัยสำหรับมนุษย์ และ ทรัพย์สินต่างๆของเราแล้ว ในปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงที่เรารัก ก็มีประกันภัย เช่นกัน

ประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ว่าด้วยเรื่อง ประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ปฎิเสธไม่ได้ว่า สำหรับใครหลายคน สัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงไว้นั้น เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง หลายคนรู้สึกเหมือนพวกเขาเหล่านั้นเป็นสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน เมื่อสัตว์เลี้ยงพลัดหลง หรือ หายไปจากบ้าน หรือ มีอาการเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ล้วนสร้างความลำบากใจ และความกังวลใจให้แก่เราผู้เป็นเจ้าของอย่างมาก
และในกรณีที่สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการบาดเจ็บ หรือ มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย เจ้าของอย่างเราย่อมไม่ปล่อยผ่านไปแน่ๆ และเมื่อสัตว์เลี้ยงเกิดอาการเจ็บป่วย สิ่งที่ตามมานั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ไม่ต่างจากมนุษย์สักเท่าไหร่
และอย่างที่เรารู้กันว่า ค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงนั้น ในบางครั้งแพงกว่าค่ารักษาพยาบาลของคนเราด้วยซ้ำไป และหากมนุษย์อย่างเราๆ ยังมาการทำประกันเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล สัตว์เลี้ยงของเราก็มีความคุ้มครองในส่วนนี้เช่นกัน

ประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ประกันสัตว์เลี้ยง ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง

สำหรับความคุ้มครองที่ประกันภัยสัตว์เลี้ยงมีให้ จะให้ความคุ้มครอง ในกรณีต่อไปนี้ค่ะ
1. กรณีเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ ครอบคลุมทั้ง อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และอาการเจ็บป่วย
2. ค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือ เจ็บป่วย
3. ความรับผิดชอบต่อชีวิต และร่างกายของบุคคลภายนอก ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงของผู้เอาประกันภัย
4. ค่าใช้จ่ายในการตามหา ประกาศ หรือการโฆษณา ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงของคุณหาย
5. ค่าวัคซีนป้องกันโรค (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันกำหนด)
จากความคุ้มครองที่พูดมาทั้งหมด จะเป็นได้ว่า ความคุ้มครองพื้นฐานค่อนข้างจะคล้ายกับ ประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพของคน จะแตกต่างตรงที่ ประกันชีวิตของคนจะแบ่งความคุ้มครองออกเป็นช่วงอายุ แต่ประกันชีวิตสัตว์เลี้ยงจะแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ และชนิดของสัตว์ชนิดนั้นๆ

ประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ค่าเบี้ยประกันสัตว์เลี้ยง สูงมั้ย

ถ้าจะว่ากันตามจริง ค่าเบี้ยประกันสัตว์เลี้ยง ก็ไม่ได้สูงมากนัก (หากเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง) ส่วนใหญ่ค่าเบี้ยประกันสัตว์เลี้ยงนั้นจะส่งเป็นรายปี และจำนวนเงินประกันที่ต้องส่งก็ขึ้นอยู่กับแพคเกจประกันที่คุณเลือกใช้ และต่อให้เป็นแพคเกจประกันที่ถูกที่สุด แต่หากเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา ก็เรียกได้ว่า คุ้ม ค่ะ
ที่พูดแบบนี้ก็เพราะ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงไม่ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือ ให้ความคุ้มครองแค่ชีวิตสัตว์เลี้ยงของคุณเท่านั้น แต่ยังให้ความคุ้มครองครอบคลุมไปถึง อาการเจ็บป่วย อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และสัตว์เลี้ยงสูญหายด้วย
ประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ประกันสัตว์เลี้ยง คือเรื่องสิ้นเปลือง จริงหรือ?

หลายคนอาจจะรู้สึกว่า การทำประกันภัยเป็นเรื่องสิ้นเปลือง ทำไปเมื่อไม่ได้ใช้อาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่ แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่า ผลิตภัณฑ์ประกันภัย นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ไม่กี่ชิ้นที่เราลงทุนทำไว้ และคาดหวังว่าเราจะไม่ต้องใช้บริการมัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องพึ่งประกันภัย นั่นหมายความว่า ร่างกายของเรานั้นไม่แข็งแรง หรือ มีทรัพย์สินในส่วนที่ทำประกันไว้เสียหายนั่นเองค่ะ
หากถามเราว่า การทำประกันสัตว์เลี้ยง ถือเป็นความสิ้นเปลืองหรือไม่ เราคงต้องบอกว่า เรื่องแบบนี้นั้น อาจจะอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนมากกว่าค่ะ แต่โดยส่วนตัวมองว่า การทำประกันสำหรับสัตว์เลี้ยงนั้น จะมองว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองก็คงไม่ถูกต้อง 100% นัก
เพราะหากเราทำประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิตไว้เพื่อกระจายความเสี่ยง หรือ ป้องกันหากเกิดอาการเจ็บปวยแล้วไม่มีเงินรักษาแล้วนั้น การทำประกันสัตว์เลี้ยงก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ
ที่พูดแบบนี้เพราะว่า หากคุณตัดสินใจทำประกันสัตว์เลี้ยงให้สัตว์เลี้ยงสุดรักของคุณแล้วละก็ สัตว์เลี้ยงของคุณก็จะได้รับความคุ้มครองอาการเจ็บป่วย หรือ โรคที่เกิดในสัตว์เลี้ยงได้ในทันที และคุณเองก็ยังหมดความกังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงของคุณไปได้เลย เพราะ ประกันภัยสัตว์เลี้ยง จะช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนนี้ของคุณเองค่ะ

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563

ประกันบำนาญ

ประกันบำนาญ Annuity









                                                     





ประกันลดหย่อนภาษี

ประกันลดหย่อนภาษี Tax Planing

                   



                                     




                                         


                                                   

ประกันอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุ Personal Accident PA
 




ประกันโควิด 19

ประกัน covid-19





                         


                                             Information from the UN System | United Nations
  

  อัพเดทสถานการณ์ทั่วโลก #Covid19

  อัพเดทสถานการณ์ประเทศไทย #Covid19
                                                     
                                                        




รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19
ขณะนี้รัฐบาลได้มีมาตรการดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในระยะที่ 3 แล้ว โดยใช้งบประมาณเพื่อจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมถึงช่วยเหลือภาคธุรกิจและครัวเรือนให้มีสภาพคล่องชั่วคราว

ในบทความนี้ได้รวบรวมมาตรการเยียวยาจากรัฐบาล ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจนทำให้ขาดรายได้ในช่วงวิกฤติ มาดูกันว่ามีมาตรการไหนบ้างที่คุณสามารถรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้

มาตรการช่วยเหลือแรงงานจากผลกระทบ โควิด-19

รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่อยู่ในประกันสังคม ได้แก่
  • มาตรา 33 = พนักงานเอกชน และลูกจ้างในสถานประกอบการที่ทำงานให้นายจ้าง
  • มาตรา 39 = ผู้ประกันตนภาคสมัครใจที่มีเหตุให้ออกจากงาน หรือผู้ที่ออกจากงานมาเป็นผู้ประกอบการเอง แต่ยังคงสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมเอาไว้ โดยต้องสมัครในระยะเวลา 6 เดือนหลังออกจากงาน และเคยประกันตนตามมาตรา 33 อย่างน้อย 12 เดือน
  • มาตรา 40 = ผู้ประกอบอาชีพอิสระและแรงงานนอกระบบ เช่น ค้าขาย วินมอเตอร์ไซค์ รับจ้างอิสระเกษตรกร

ลดอัตราเงินสมบทประกันสังคม

  1. “เราไม่ทิ้งกัน” มาตรการรับเงินเยียวยา 5,000 บาท

    ผู้ที่สามารถรับเงินเยียวยาจากมาตรการนี้ ต้องเป็นผู้ประกันตนที่อยู่ในประกันสังคมตามมาตรา 39 และ 40 เท่านั้น โดยผู้ที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน

    รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

    เงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา
    • ประกันสังคม ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40
    • ผู้ที่เข้าเงื่อนไขได้แก่ ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล, คนขับแท็กซี่, วินมอเตอร์ไซต์, มัคคุเทศก์, รับจ้างอิสระ
    • อายุ 18-60 ปีที่ยังทำงานรับจ้างหรือค้าขาย และได้รับผลกระทบจากโควิด-19
    • สำหรับอาชีพเกษตรกรจะไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินเยียวยา แต่จะมีมาตรการสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะ เร็วๆ นี้
    วิธีการลงทะเบียนสำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไข
    • เข้าไปที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com
    • เลือกลงทะเบียนมาตรการฯ
    • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
    • รอ SMS ยืนยันผลการลงทะเบียน
  2. ยืดระยะเวลาการเสียภาษี

    ขยายเวลาให้จ่ายภาษีบุคคลธรรมดา (ภงด 90 และ ภงด 91) ออกไปถึงเดือนสิงหาคม 2563
  3. ลดอัตราเงินสมบทประกันสังคม

    จ่ายประกันสังคมในเดือน มีนาคม - พฤษภาคม 2563 ในอัตราที่ถูกลงทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยนายจ้างลดจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 4 ของค่าจ้าง และผู้ประกันตนลดจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 1

โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราว

สำหรับมาตรการรับเงินเยียวยา 5 พันบาท บางอาชีพไม่เข้าข่ายที่สามารถรับเงินได้ จึงมีโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือให้มีสภาพคล่องชั่วคราวจากสถาบันการเงิน ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 สำหรับนำไปประคับประคองธุรกิจหรือรายได้ที่ขาดหายไป

สินเชื่อฉุกเฉิน

สินเชื่อฉุกเฉินโดยธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวสำหรับการดำรงชีวิตแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ประกอบอาชีพอิสระมีรายได้ไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท เช่น ค้าขาย คนขับรถโดยสาร คนนำเที่ยว
  • วงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย
  • ไม่ต้องมีหลักประกัน
  • อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.1 ต่อเดือน
  • ระยะเวลาผ่อนชำระ 2 ปี 6 เดือน
  • มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป

สินเชื่อพิเศษ

สินเชื่อพิเศษเพิ่มเติมจากธนาคารออมสิน ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวกับบุคคลที่มีรายได้ประจำ เช่น ผู้ประกอบการ ผู้มีอาชีพอิสระและลูกจ้าง ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  • วงเงินรายละ 50,000 บาท
  • มีหลักประกันเป็นบุคคลหรือสินทรัพย์
  • อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน
  • ผ่อนชำระคืนใน 3 ปี
  • มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป

จำนำดอกเบี้ยต่ำ

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสำนักงานธนานุเคราะห์หรือโรงรับจำนำรัฐบาล คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 0.125 ต่อเดือนเป็นเวลา 2 ปี

มาตรการอื่นๆ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19

นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่ช่วยสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในด้านสาธารณูปโภค ทั้งปรับลดอัตราค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า 3% เป็นเวลา 3 เดือน และคืนเงินจากประกันการใช้ไฟฟ้าตามขนาดมิเตอร์ สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยหรือกิจการขนาดเล็ก

เงินคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้านครหลวง


รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

ประกันมิเตอร์ไฟฟ้านครหลวงสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ และนนทบุรี สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง https://www.mea.or.th/refund/intro.html

โดยใช้ข้อมูล
  • ชื่อ - นามสกุล ของผู้วางหลักประกัน
  • หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • อีเมล
  • หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก (CA) ดูได้จากใบแจ้งค่าไฟฟ้า
รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

เงินคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค


รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

ตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค https://dmsxupload.pea.co.th/cdp

โดยใช้ข้อมูล
  • ชื่อ - นามสกุลของผู้ใช้ไฟฟ้า
  • หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า ดูได้จากบิลค่าไฟ
  • หมายเลขบัตรประชาชน
  • เลขบัญชีธนาคาร หรือเลขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

ขอเงินคืนประกันใช้น้ำประปาของ การประปาส่วนภูมิภาค


รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19

สำหรับผู้ที่ใช้น้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค ตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.pwa.co.th โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน แล้วรอ SMS ตอบกลับเพื่อแจ้งผล

ฟรีอินเทอร์เน็ต 10 GB จาก กสทช.

การขอรับฟรีอินเทอร์เน็ตบนมือถือมีเงื่อนไขคือ
  • เบอร์มือถือจดทะเบียนแบบบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย
  • รับสิทธิ์ได้ทุกเครือข่ายมือถือ
  • ขอรับได้ทั้งมือถือแบบเติมเงินและรายเดือน
  • ยกเว้นเบอร์ที่จดทะเบียนแบบนิติบุคคล และผู้ที่ใช้แพคเกตอินเทอร์เน็จแบบไม่อั้น
ซึ่งผู้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถลงทะเบียนขออินเทอร์เน็ตมือถือฟรี 10 GB ระยะเวลา 30 วัน โดยขอได้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น

รวมมาตรการเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วง โควิด-19
  • กด *170* รหัสบัตรประชาชน 13 หลัก # แล้วโทรออก
  • รอ SMS ยืนยันการรับสิทธิ์

ขอรับการเยียวยาได้ง่ายด้วยตนเอง

จะเห็นได้ว่าหลายมาตรการคุณสามารถทำได้เองที่บ้านผ่านบนเว็บไซต์หรือแอพลลิเคชั่นบนมือถือ เพียงคุณเข้าเงื่อนไขและทำตามขั้นตอนก็ได้รับเงินเยียวยาเช่นเดียวกัน

แต่สำหรับใครที่ใช้มือถือไม่คล่องหรือลงทะเบียนไม่เป็น ทางเงินติดล้อยินดีช่วยสอนและให้คำแนะนำในการลงทะเบียน โดยสามารถเข้ามาติดต่อได้ที่เงินติดล้อสาขาที่อยู่ใกล้คุณ แล้วเราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ